[CS]Tag : In the rain - RESULT

posted on 09 Sep 2011 01:36 by moramora
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
 
 
(ใส่ลิงค์ไม่ได้อีกแล้ว//พราก... จิ้มตรงนี้ ค่ะ)
 
 
ไม่ได้อัพซะนาน...//เหล่มองสายตานักทุบไหในรุ่น//แล้ววิ่งหนี
(แอร๊ยยย อย่าวิ่งตามเค้านะตัว~~~~<<<ว้อทเดอะ!!)
 
 
 
เริ่มจากฟิคที่จู่ๆมะม้าของตงวี่... ศรีภรรยาที่รักของกัสศรี คู่รักบันลือโลกประจำรุ่น 4 มอบฟิคนี้ให้แบบงงๆ...
 
ไม่ได้โดนแทคจากใคร lllOrz
แต่อยากเขียนตอบเลยเขียนให้เป็นของขวัญของมะม้าหนูเฟิร์น(ป้าพรที่รักของพวกเราทุกคน//ฮะ?)
 
ยังไงก็แฮปปี้เบิร์ธเดย์ย้อนหลังนะคะ... ขอให้พี่พรมีความสุขมากๆนะคะ
 
เป็นแม่ยกคู่ไหนขอให้สมปราถนาทุกคู่ XD (//อวยพรอะไรน่ะ...)
 
 
อ้างอิงถึงฟิคที่ถ้าอ่านก่อนแล้วมาอ่านแทคนี้จะเข้าใจมากขึ้นนะคะ
 
สีสันและสายลม (พี่พร : มะม้าไทเฮาเฟิร์น~)
 
เรื่องของเรื่อง (พิมมี่ : มะม้าของตงวี่)
 
 
 
 
กติกามีดังนี้

- เลือก Pairing ที่คุณชอบมาจากเรื่องใดก็ได้ นำมาเขียนเป็นแฟนฟิคชั่นให้จบภายในเอ็นทรีย์เดียว
- จะแต่งอย่างไรก็ได้ไม่ว่าจะ  Rate, NC, หวานซึ้ง (sweet), เศร้า (Angst) หรือว่า ฟิคมืดมน ทารุณกรรม เจ็บปวด ฯลฯ
- จะต้องเป็นฉากอยู่ในบรรยากาศฝนตก หรือกล่าวเปรียบเทียบเกี่ยวกับฝน, ฤดูฝน แล้วแต่จินตนาการและการใช้ภาษา
- ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็น Yaoi,Yuri, หรือ Normal (แต่คิดว่าสองอันหลังคงไม่มีมีน้อย XD)
- ไม่ต้องมีชื่อเรื่อง
- ที่สำคัญห้าม!! Copy มาจากที่ไหนนะจ๊ะ
 
 

                จริงๆแล้ววันนี้อากาศร้อนผิดปรกติ... จริงๆก็ไม่เชิงผิดปรกติ มันไม่ได้แปลกมากนักสำหรับประเทศที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรเพียงนิดเดียวอย่างประเทศไทย ประเทศที่ไม่ว่าจะขีดแบ่งเส้นแบบไหนก็สรุปได้คำเดียวว่าอยู่ในเขต “ร้อน”

                แวบแรก... ไม่ได้คิดว่ามันร้อนอะไรมาก แต่เมื่อที่มือสัมผัสได้ถึงความรู้สึกชื้นแฉะที่อุ้งมือ กลัวจะลามไปถึงกระดาษที่มีเส้นดินสอขีดไว้แล้วจนเป็นรอยเปื้อนจนต้องหากระดาษมารองมือไว้ ตอนนั้นเองเป็นตอนที่มณฑกาญจน์ยอมรับว่าตอนนี้มันร้อนจริงๆ...

                แม้เธอจะนั่งอยู่ที่ศาลาริมทะเล... บริเวณที่ได้รับการการันตีว่าลมดี แต่กระนั้นลมที่หอบเข้ามาในศาลากลับเป็นเพียงลมร้อน กรุ่นไปด้วยกลิ่นอายของเกลือเท่านั้น

                แต่เจ้าตัวตัดสินใจอดทน... บอกกับตัวเองว่าอย่างน้อยที่นี่ก็ไม่มีใคร เธอจะทำอะไรก็ไม่มีใครว่าหรอก...

                ใจเผลอคิดไปถึงกระเป๋านักเรียนที่วางทิ้งไว้ที่ตึกเรียน ...อืม...ไม่อยากกลับไปเอาเท่าไหร่เลย แต่ถือมาที่นี่แค่สมุดกับกล่องดินสอนี่นา... แดดร้อนขนาดนี้... ร่มก็ไม่ได้พกมา ขออยู่ที่นี่อีกนานๆเลยได้มั้ย... ไม่อยากสู้แดดจ้าขนาดนี้หรอก...

 

                ถัดจากนั้นไม่นาน... มณฑกาญจน์ค้นพบว่าตัวเอง คิด-ผิด-มหันต์!

                ท้องฟ้าที่เคยแจ่มจ้าไปด้วยแสงอาทิตย์กลับมืดลงเรื่อยๆ เมฆที่เคยขอให้มีแต่ทำไม่ได้ในช่วงเมื่อกี้กลับมาจากไหนก็ไม่รู้... อีกทั้งยังเป็นเมฆสีเทาที่เคยเรียนมาว่าเรียกว่าเมฆฝน แม้อากาศที่เย็นขึ้นนิดๆจะดีสำหรับเธอ แต่ไอชื้นที่มากขึ้นทำให้ต้องเผลอขมวดคิ้ว

                เสียงคำรามเบาๆของสายฟ้าดังมาจากไกลๆ แต่มณฑกาญจน์รู้ว่าอีกสักพักมันคงเข้ามาใกล้

                เด็กสาวยกมือขึ้นดูนาฬิกาสีชมพูหวาน

                ...ยังไม่ถึงเวลาสักหน่อย... แต่ท่าทางฝนจะตกแน่ๆ

                ตัดสินใจว่าควรจะกลับไปเอากระเป๋า เผื่อว่าจะกลับไปได้ทันก่อนฝนตก

                แต่ทันทีที่ปิดสมุดลง เสียงเปาะแปะเหมือนมีอะไรกระทบบนหลังคาศาลาก็ทำให้ต้องชะงัก มองออกไปข้างนอกศาลา... ที่ผืนน้ำมีคลื่นเป็นระลอกกว้างแผ่กระจายเพราะหยดน้ำจากท้องฟ้า

                รู้... ว่าฝนตกแล้ว แต่... ก็ยังคิดว่าควรจะกลับไปเอากระเป๋า อย่างน้อยมันควรจะทัน

                นัยย์ตาวูบไหว ก่อนจะตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะกลับไป

                ...เอาน่ะ... เปียกนิดเปียกหน่อย

                ตั้งใจกอดสมุดวาดรูปไว้แนบอก กะว่าจะใช้ตัวเองเป็นโล่กันไม่ให้ของในมือเปียกไป

                ...ฝนไม่ได้ตกหนักมาก... คงไม่เปียกล่ะ...!

                แต่ก่อนที่ปลายเท้าจะก้าวผ่านพ้นขอบศาลา ที่ข้อศอกก็รู้สึกได้ถึงสัมผัสจากมือใครสักคนที่ดึงรั้งไว้เป็นเชิงห้าม 

 

                ตัดสินใจดึงไว้เพราะคาดไว้ว่าฝนจะตกหนักขึ้น และคาดถูก... เมื่อจากม่านฝนบางๆกลายเป็นสายฝนตกหนักหน่วง สาดหยาดน้ำเย็นเข้ามาหาทั้งสองร่างในศาลา

                พันปิยะดึงมือกลับมาไว้ข้างตัว ดวงตาสบเข้ากับอีกฝ่ายที่ส่อแววแปลกใจและสงสัย ก่อนที่จะเห็นอีกฝ่ายหันกลับไปข้างนอกอีกครั้ง เพื่อพบว่าถ้าเขาไม่รั้งเธอไว้ ป่านนี้ทั้งเจ้าหล่อนทั้งสมุดภาพสุดรักสุดหวงนั่นคงเปียกปอนไปเรียบร้อยแล้ว

          เด็กหนุ่มมองตามร่างบางที่เดินวนหาที่แห้งและปลอดภัยที่สุดในศาลา แถมยังหันหน้ามาพยักหน้านิดๆเป็นเชิงบอกว่าให้มาด้วยกัน

เขาเดินไปใกล้ๆ ในขณะที่มือง่วนกับกระเป๋าอีกใบที่ใช้ใส่ของอย่างอื่นนอกจากกระเป๋านักเรียน ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาเพราะคำเรียกจากอีกฝ่าย

                “...ตงมาตั้งแต่ตอนไหน”

                พันปิยะมองอีกฝ่ายพยายามหลบสายฝนจากกรอบแว่น ...ก็ฝนตกขนาดนี้... จะเว้นที่เผื่อเขาทำไมมิทราบ เขยิบเข้ามาหน่อยก็ได้... แต่ก็ไม่ได้พูดไป ก่อนที่เจ้าหล่อนจะถามเขาต่อ

                “ทำไมไม่ทักกันบ้างเลยล่ะ...”

                ดูเธอไม่ได้ตกใจนักกับการพบเขาแบบคาดไม่ถึง... คงไม่แปลกเพราะอย่างน้อยเขาก็เคยเจอเธอในแบบที่คาดไม่ถึง “กว่านี้” มาแล้ว... วันนี้ดูปรกติกว่าวันนั้นมาก

                เด็กหนุ่มกวาดสายตามองอีกฝ่าย

                ...วันนี้ไม่ได้แต่งตัวเป็นจานสีสินะ 

 

                ตง... ไม่ได้เห็นเธอทำอะไรแปลกๆสินะ... 

                มณฑกาญจน์คิดแบบนั้น แล้วนิ่งฟังคำตอบจากอีกฝ่าย

            ไม่รู้สิ... พอเรามาถึงก็เห็นโมรานั่งวาดรูปอยู่ตรงนี้แล้วรับรู้ไว้... แต่ดูเหมือนเด็กหนุ่มจะตีความหมายจากสีหน้านั้นไปอีกแบบ เลยตัดสินใจอธิบายต่อ

            เห็นกำลังตั้งใจเลยไม่อยากเข้าไปขัด เดี๋ยวจะเหมือนวันนั้น... สุดท้ายก็ไม่ได้วาดเลยใช่ไหม?”

            วะ...วันนั้น... คนถูกถามเงียบไปทันทีเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่อีกฝ่ายอ้างอิงถึง ถึง...มีคนเลี้ยงข้าวมันจะดีก็เถอะ... 

            ห...เห...?” มองอีกฝ่ายงงๆ “..ไม่หรอกตง...

            คู่สนทนาของเธอเลิกคิ้วขึ้น ทำท่าเหมือนมีอะไรจะพูดแต่ก็ตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องไปพูดเรื่องอื่นแทน “...แล้วนี่ไม่ได้เอาร่มมาเหรอถูกถามต่ออีกประโยค

            “...อยู่ในล็อคเกอร์น่ะตอบพลางนึกถึงร่มสีชมพูลายทางของตัวเองที่วางนอนอย่างสงบอยู่ในตู้ลอคเกอร์ ...บางทีอยากนึกโทษตัวเองเมื่อคิดว่ามีร่มแต่ไม่ได้ใช้ตอนฝนตกนี่เอามาเพื่ออะไร... เห็นอีกฝ่ายมองด้วยสายตาแปลกๆเลยตัดสินใจอธิบายต่อ “..ก็เราไม่คิดว่าฝนจะตกนี่นา เลยไม่ได้ถือมาด้วย...

            ยังไม่ทันจะจบประโยค คนสูงกว่าก็ตัดสินใจดึงให้เด็กสาวเข้ามาหลบข้างที่ฝนไม่สาดมากนักแล้วขยับไปยืนในที่เก่าแทนอีกฝ่าย มณฑกาญจน์มองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจนัก แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้มีความคิดจะอธิบายให้ฟังถึงการกระทำ เพราะสิ่งที่เด็กหนุ่มทำต่อไปคือพยักหน้ารับคำพูดอีกฝ่าย ก่อนที่จะส่งอะไรให้อีกฝ่ายหลังจากนิ่งไปสักพัก 

            ...ร่ม...?

            นี่ ให้ยืมอีกฝ่ายอธิบายการกระทำสั้นๆแล้วปิดกระเป๋าลง

            เอ๋?” เด็กสาวมองอีกฝ่ายงงๆ สลับกับมือที่ยังถือร่มค้างไว้เหมือนจะรอให้เธอรับไป มะ...ไม่เป็นไรหรอกตง แค่นี้เองเธอสั่นศีรษะอีกครั้ง ปฏิเสธเด็กหนุ่มอีกหน

            ก็ถ้าเราเอาไปตงจะใช้อะไรล่ะ...มองอีกฝ่ายอย่างเป็นห่วง “...เดี๋ยวตงก็เปียก... เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอกสายฝนข้างนอกยังโหมกระหน่ำ แถมลมที่พัดผ่านเข้ามายังทำให้รู้สึกหนาวจับใจ...

            แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ต้องการให้ปฏิเสธ 

            “...แล้วคิดว่าถ้าตัวเองวิงฝ่าออกไปจะไม่เปียก จะสบายดีเหมือนเก่าหรือไง?”

            คนถูกถามได้แต่เงียบ เห็นจริงในทุกอย่างที่อีกฝ่ายพูด เผลอเม้มริมฝีปากนิดๆ ก้มลงมองต่ำหลบสายตาอีกฝ่าย แต่กระนั้น... มือบางก็ยังไม่ได้ยื่นไปรับของที่อีกฝ่ายเสนอให้ยืม 

            ก้มมองว่าบนพื้นมีเส้นกี่เส้นอยู่ได้ไม่นานก็ต้องแปลกใจเมื่ออีกฝ่ายดูจะหมดความอดทนในการรอ ถือวิสาสะยัดของในมือใส่แขนของเด็กสาว “...เอาไปเถอะ ไม่ต้องห่วงหรอก พอดีเรามีอีกคันน่ะถ้อยอธิบายอยู่ในโทนราบเรียบเหมือนปรกติ อีกอย่างถือสมุดมาแบบนั้น... ถ้าเป็นเราเองคงไม่อยากให้ภาพที่ตัวเองตั้งใจวาดต้องเปียกหรอก

            มณฑกาญจน์จึงตัดสินใจเชื่อ ใจชื้นขึ้นมาบ้างว่าคงจะไม่ทำให้อีกฝ่ายลำบาก กระชับร่มในมือให้อยู่ในท่าทางที่มันจะไม่ตกไปไหนก่อนจะกางออก 

            ...สีแบบนี้เหมาะกับผู้ชายดีนี่นะ... แตกต่างกับสีชมพูของเธอเยอะเลย

            คิดแบบนั้นพลางก้าวเท้าออกไปอยู่ใต้ม่านฝนอีกครั้ง แล้วก็ชะงัก หันกลับมาถามอีกฝ่าย 

            “...ตงไม่ไปด้วยกันเหรอ?”

            ...ถึงจะแคบไปหน่อย... แต่ก็ดีกว่าเปียกทั้งตัวแหละนะ 

            เรารู้สึกเหมือนของไม่ครบน่ะคำอธิบายส่งมาให้ ก่อนที่อีกฝ่ายจะยกนาฬิกาข้อมือตัวเองขึ้นดู “...โมราไปก่อนเลยก็ได้... ใกล้จะถึงเวลาเรียนแล้วนี่

            คำพูดอีกฝ่ายถูกอีกแล้ว... แต่ในใจกลับยังเป็นห่วง เลยพูดต่อออกไป 

            “...งั้น... เดี๋ยวตงรีบตามมานะ?”

            อื้อ...

            ฟังอีกฝ่ายพูดแบบนั้นแล้วตัดสินใจก้าวฝ่าสายฝนออกไป 

            ...พร้อมกับร่มในมือที่ช่วยให้ไม่เปียก... 

            เดินไปได้ครึ่งทางก็หันกลับมามองอีกฝ่ายในศาลาอีกครั้ง เห็นว่ายังหาอะไรสักอย่างอยู่เลยหันหลังเดินต่อ 

            ...ฝนตกทำให้รู้สึกหนาวเย็นที่ผิวกาย... แต่ทว่า...

            ...

            ...

            ...ในใจกลับอุ่นเพราะน้ำใจของอีกฝ่ายอย่างแปลกประหลาด 

 

            วันต่อมา 

            คาบต่อจากตอนนั้นมณฑกาญจน์ไม่ได้เจอคนที่ให้เธอยืมร่มมา 

            เช้าวันนั้นเลยเผลอขมวดคิ้วนิดๆเมื่อมองไปที่โต๊ะข้างหลังตัวเองแล้วพบว่าว่างเปล่า 

            ...ตงไปไหนนะ...?

            โต๊ะข้างหลังที่ไม่มีใครนั่งดูแปลกตากว่าที่เคย... เป็นห่วงอีกฝ่ายนิดๆเลยตัดสินใจลองถามเพื่อน(?)ของอีกฝ่ายอย่างสิงหา

            กัส... ตงไปไหนรู้รึเปล่า..?”

            รอยยิ้มกว้างส่งกลับมาให้ เห็นบอกว่าไม่สบายน่ะ เมื่อเช้าเป็นห่วงนึกว่าทำอะไรตอนกลางคืนจนหมดแรงเลยโทรฯไปถาม เป็นห่วงศรีภรรยาฉันหรือยังไงโมรา?”

            คนถูกถามขมวดคิ้วนิดๆ แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร 

            ...ไม่สบาย...? 

            คิดสะระตะแล้ว... หรืออันที่จริงไม่ได้คิดอะไรเลยก็ไม่รู้... 

            ถึงได้ถามออกไปอีกครั้ง 

            “...กัสมีที่อยู่ตงมั้ย?” 

 

 

END

 

=================

 

สรุปเหตุการณ์(แบบเดียวกับพิมมี่??)

 1.โมราวาดรูปอยู่ในศาลาริมทะเลไม่ได้สังเกตว่ามีใครอยู่ด้วย

2.จู่ๆจากฟ้าใสแดดเปรี้ยงก็แปรเปลี่ยนเป็นฝนตก

3.โมราทำท่าจะวิ่งออกไปแต่กลับมีคนมาดึงไว้ก่อน

4.คนๆนั้นก็คือตงนั่นเอง(?)

5.ตงนั่งอยู่นานแล้วแต่ไม่ทัก พอเห็นโมราจะออกไปตากฝนเลยดึงไว้

6.ไปๆมาๆตงยื่นร่มให้ยืม

7.โมราลำบากใจ แต่ตงบอกว่ามีสองคัน เลยวางใจได้

8.โมราเลยกางร่มตงกลับตึกเรียน

9.ไม่เจอตงหลังคาบพักกลางวันนั้น

10.วันต่อมาค้นพบว่าตงไม่มาโรงเรียน

11.เลยไปถามกัสพบว่าตงไม่สบาย

12.แล้วก็เลยถามที่อยู่ตง(เพื่ออะไรกันน้า...?)

 

=================

 

 

จบไปแล้วแบบนอนตาย lllOrz


 

ก็... มาถึงตรงนี้ขออ้างอิงถึงแทคของพิมมี่

[CS] TAG : In the Rain 2011

(เหตุการณ์เหมือนกันแทบทุกประการ... แต่เขียนในมุมมองของสองคนนะคะ)

(ใครเข้าไปอ่านขอร้องว่าอย่ามาทำร้ายเค้าข้อหาทำไมไม่แปะไว้ข้างบนๆนะ lllOrz)

(ขอโทษที่แปะช้าเกินไป ฮา~ ของพิมมี่มันก๊าวกว่าและทำเค้าสครีมลั่นห้องนะจุ๊ XD)


 

แทคต่อไปเหรอ...//เหลือบมอง

 

ขอพี่นิลได้มั้ยคะ... พี่นิลกับพี่ต้น (แม่ยกอะไรน่ะ...)//ทำตาวิ้งกุ


 

ถ้าเห็นทำนะๆ XD


 

 

เกี่ยวกับไหของแม่โมรา.... ช่วงนี้ว่างๆยินดีปั่นทุกอย่างนะคะ XD

(เหลือการบ้านทั้งปึก... ดีบีทั้งกอง....//หลบตา)

ใครนึกอะไรออกมายัดเยียดให้ปั่นได้นะคะ~


 

ฝากลูกสาวไว้ในอ้อมอกอ้อมใจอีกครั้ง... แม้ผปค.จะไร้สาระไปหน่อยก็เถอะค่ะ


 

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์นะคะ XD!!

(เจอกันเอนทรี่หน้าในเร็ววันนี้แน่นอน :) )

Comment

Comment:

Tweet

#7 By gNSWNHVRNkI (103.7.57.18|91.201.64.28, 46.4.253.179) on 2012-09-15 01:49

#4 ขำคอมเม้นต์ครูเอม ๕๕๕๕

ตอนแรกเห็นเอ็นทรีแล้วตกใจ พอรู้ว่าอัพจากไอแพดเลยเข้าใจได้ ขยันจริงๆ จ้ะ กำลังใจล้นเหลือมาก ชื่นชม cry

โมราเอาที่อยู่ตงไปทำไม? อย่าบอกนะว่าจะเซอร์ไพร์ส EMS พารา+แก้อักสบสองแพ็คไปให้น่ะเท้อ sad smile *ไม่ใช่ละเฟ้ย!*

#6 By *Alyssa* on 2011-09-16 23:25

กี๊ซซซซซซ มาแล้ววววว //จุดพลุเฉลิมฉลอง
ตงนี่หล่ออย่างไม่น่าให้อภัยจริงๆ //แม่ยกก๊าวว
หนูโมจ๋าาา เอาให้อยู่เลยนะ question //วิ่งหนี

#5 By น้ำน่าน on 2011-09-10 14:55

โดนแดเมจด้วยประโยคเดียวกันกับพรและพิมมี่ค่ะ แหมๆ หนาวกาย แต่อุ่นใจ ชริส์สสสสสสสสสสสสสส

//กัดผ้าเช็ดหน้าขาดด้วยความริษยา

อ่านมาๆก็ออกอารมณืเปียกปอน อบอุ่นแกมก๊าวนิดๆจนมาถึงประโยคนี้...

เมื่อเช้าเป็นห่วงนึกว่าทำอะไรตอนกลางคืนจนหมดแรง


ว้อทททททททททททททท!!!!!!!!!!!!!!!!


โอ้ว มาย ก้ออออดดดดดด!!!!

กัสสสสสส!!!! เธอคิดอะไรของเธอออออ!!! เสื่อมได้ใจสาววายมากๆ!!!

ดีนะที่ยังไม่ตอบว่า...

"เมื่อเช้าเป็นห่วงคิดว่าเมื่อคืนทำซะหมดแรงขนาดนั้นวันนี้จะมารร.ไหวมั้ย"


...


...

(//โกยหลบรองเท้าที่พิมมี่เขวี้ยงไล่หลังมาสุดชีวิต)

#4 By irindel on 2011-09-10 01:43

ดีใจที่เขียนตอบกลับแหละ~

เค้าจะตั้งใจปั่นฟิคต่อไปนะตัว จะพยายามทลายไหไปเรื่อย ๆ และบางทีอาจจะโยนไหให้คนอื่นด้วย //ฮา

*โดนตรบ*

ก็แดเมจประโยคเดียวกับพี่พรเลยแหละ แอร๊ยย
ยังไงก็จะรอวันที่มณฑกาญจน์มาเยือนบ้านนะจ๊ะ

แหม่..มาเยือนบ้านตงไม่เห็นแปลกตรงไหน คิดซะว่ามากินข้าวอีกสักหนสองหนละกันนะคะพี่พร

ว่าแต่กัสศรี..เธอเอาเบอร์ลูกชายฉันมาจากไหนน่ะยะ~?
..ไปจิ๊กมาจากแม่สาวเนิร์ดอ้ะเปล่าน้อ~~
open-mounthed smile

รอติดตามกันต่อไป~
วรั้ย เค้าล่ะอยากเขียนฟิคจริง ๆ ให้ตายเหอะ
เมื่อไหร่จะสอบเสร็จเนี่ยยย XD

#3 By ::376SEC:: on 2011-09-09 23:16

ไว้ปั่นโดกับทำงานเสร็จแล้วจะทำแท็คละกันนะ ;w;

#2 By Nil on 2011-09-09 03:18

เด็กหนุ่มกวาดสายตามองอีกฝ่าย
...วันนี้ไม่ได้แต่งตัวเป็นจานสีสินะ

ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก พี่ละชอบจริงๆ

...ฝนตกทำให้รู้สึกหนาวเย็นที่ผิวกาย... แต่ทว่า...

...ในใจกลับอุ่นเพราะน้ำใจของอีกฝ่ายอย่างแปลกประหลาด

>>เจ๊แดเมจอ่ะ กรี๊ดดดดดดดดดด

ส่วนนังกัสศรีก็ยังคงเป็นกัสศรี เรื้อนอีกแล้ว... แต่พี่ละช็อกกว่าที่โมราขอที่อยู่ตงน้า~

ไปเยี่ยมกันถึงบ้านเลยเหรอจ๊ะ แม่สาวคนปกติชน 555


เย่ะ ดีใจมากที่เวฟ "ไหแตก" ซะที (จุดพลุฉลอง) รีบๆ ทุบไหนะหนู เอาดีบีมาเซ่นไหว้กันก็ได้จ้ะ ^ ^

อสอง

แทคต่อไปเหรอ...//เหลือบมอง

ขอพี่นิลได้มั้ยคะ... พี่นิลกับพี่ต้น (แม่ยกอะไรน่ะ...)//ทำตาวิ้งกุ

>> หมายถึงขอลูกนิลกับพี่ต้น หรือขอตัวนิลกับพี่ต้นจ๊ะ 55555555555

#1 By Fern-CS#4 on 2011-09-09 02:36