[MS](ฉ.) เพราะอะไร... (ตอนต้น)

posted on 31 Aug 2012 22:48 by moramora
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
 
อันว่า ก่อนหน้านั้น ไปอ่านเอนทรี่ที่เกี่ยวข้องเหล่านี้(อันเป็นทางสายตรง)เสียก่อนเถิด
 
(ก.) เพราะเรื้อน... by. พี่พรแม่เฟิร์น
(ข.) เพราะหึง... by. พี่พรแม่เฟิร์น(อะเกน)
(ค.) เพราะซวย... (1) (2) by. พิมมี่แม่ตงวี่
(ง.) เพราะไม่รู้... by. พี่พรแม่เฟิร์น (อะเกนแอนด์อะเกน)
 
เมื่ออ่านจบแล้วจึงแวะมาอ่านทางสายอ้อมๆที่เป็นเส้นขนานไปกับไทม์ไลน์เหตุการณ์นี้ไป
 
ว่าง่ายๆคือนี่คือ POV. ของโมราในฐานะผู้สังเกตการณ์นั่นเอง!
 
 
อนึ่ง: เอนทรี่นี้จะมีตัวละครใหม่ชื่อว่ามกรากร หรือพี่มุุกดา(ใหม่หรือไม่...) ซึ่งเป็นพี่ชายของโมรามาเป็นตัวประกอบนะคะ
 
==========
 
  เสียงนาฬิกาดังติ๊ก ติ๊ก... ก่อกวนบรรยากาศเงียบงันในห้องเป็นที่สุด ในขณะที่เด็กสาวเจ้าของห้องกำลังใช้ความพยายามไปกับการสวมใส่นาฬิกาแบบสายสร้อยเข้ากับข้อมือเล็ก

    มณฑกาญจน์ โชติกมลธรรมยังยืนอยู่หน้ากระจก ยามที่มกรากร โชติกมลธรรม หรือพี่มุกดา พี่ชายเพียงคนเดียวของเจ้าหล่อนเปิดประตูอย่างถือวิสาสะเข้ามาในห้องนอนหล่อน "โม... พี่ไม่อยากจะบอกหรอกนะ แต่ถ้าเราไม่ออกจากบ้านภายในห้านาที รถจะติด แล้วก็โมอาจจะไปสายนะ พี่น่ะไม่มีปัญหา" ชายหนุ่มไหวไหล่

  วันนี้เป็นวันหยุดช่วงปีใหม่แล้ว เขาเองก็ย่อมมีแผนจะไปฉลองกับใครสักคน เพียงแต่มันต่างกับของมณฑกาญจน์อย่างแน่นอน เพราะงานที่เขาจะไปนั้นเริ่มดึกเลิกเช้า และบิดามารดาที่เคารพรักก็ไม่มีทางจะยอมปล่อยน้องสาวเขา ที่แม้จะมองด้วยสายตาของพี่ชายอย่างเขา ก็ยังเห็นว่าหล่อนเด็กนักอยู่ดีนั่นเอง "...แต่แต่งตัวซะสวยขนาดนี้ หนุ่มคนที่อยากให้เขาเห็นน่ะ ถ้าไปสายอาจจะควงคนอื่นเข้างานไปแล้วนะ"

    "...โมไม่ได้อยากแต่งให้ใครดูนะคะ!!" สมาธิหล่อนแตกกระจาย เงยหน้าขึ้นมามองพี่ชายทันที "อีกอย่างงานโรงเรียนโมไม่ต้องควงใครก็เข้างานได้ค่ะ..!"    มกรากรหัวเราะในลำคอ สาวเท้าในกางเกงสแล็คสีดำเข้าไปหาน้องสาว ก่อนจะดึงนาฬิกาของหล่อนมาใส่ให้เสียเอง "อย่างอื่นเก็บครบแล้วนะ?" เขาว่าไปพลางจัดความเรียบร้อยให้อีกฝ่ายไปพลาง ยามเมื่อเรือนผมของอีกฝ่ายลุ่ยออกมาอย่างไม่ขาดไม่เกิน ยามที่เศษด้ายและรอยยับของชุดราตรีสั้นสีชมพูตัวนั้นถูกจัดการจนเรียบร้อย ชายหนุ่มถึงได้พอใจ "เอาล่ะ เสร็จแล้ว อย่าลืมกระเป๋านะโมรา"

      เด็กสาวคว้ากระเป๋ามาไว้ในมือ ก่อนจะวิ่งลงบันไดไปที่ประตูหน้า เพราะสำหรับหล่อน... นอกจากนาฬิกา ยังมีอะไรที่ใส่ยากกว่านั้นรออยู่  หล่อนเปิดตู้รองเท้า เห็นอะไรที่ตัวเองไม่เคยใส่มานาน ก่อนจะหยิบมันออกมา ท่ามกลางสายตาปนขำปนแปลกใจของพี่ชาย

  "น้องโมที่รักของพี่... แน่ใจนะครับว่าจะใส่คู่นั้นจริงๆ?"
 
 
 
  รถญี่ปุ่นสีดำเทียบเข้ามาจอดหน้างาน เสียงเครื่องยนต์ดับลง คงเป็นเพราะคนขับไขกุญแจดับมัน ก่อนจะเดินลงมาเปิดประตูให้ที่นั่งข้างๆ

  รองเท้าส้นสูงราว 3 นิ้วครึ่งสีเงินจรดปลายลงกับพื้น ก่อนที่เจ้าของมันจะก้าวตามมาด้วย "พี่มุก ขอให้สนุกนะคะ" หล่อนว่า รับกระเป๋าถือจากอีกฝ่ายมาถือไว้

  หากแต่คำอวยพรจากมกรากร กลับไม่ใช่ขอให้สนุกเช่นอีกฝ่าย "ระวังอย่าให้ล้มแล้วกันนะโมรา" ว่าแล้วตบท้ายด้วยรอยยิ้มหวานซึ้ง ก่อนที่เจ้าตัวจะหายเข้าไปในรถ ขับออกไปจนลับสายตา

      มณฑกาญจน์ยืนนิ่งอยู่ที่หน้างาน ใช่ว่าหล่อนไม่เคยใส่รองเท้าส้นสูงเสียหน่อย... พี่มุกคิดมากไปแล้ว 

      มุกดาเห็นเธอเป็นเด็กอยู่เรื่อย ทั้งๆที่บางครั้งแฟนของเพื่อนเจ้าตัวยังอายุน้อยกว่าเธอเสียอีก วันนี้เธอลงทุนแต่งหน้าแต่งตัวขนาดนี้ ยังจะเห็นว่าเป็นเด็กอยู่ได้นะ...

      หล่อนก้าวเข้าไปในงาน เจอเพื่อนสาวอย่างศรันฉัตรยืนอยู่แล้ว "...สวัสดีนะ เฟิร์น..." หล่อนทักทายตามประสา ก่อนจะขอตัวเดินเอาของขวัญที่นำมาจับฉลากไปวางบนโต๊ะ      หล่อนเลือกหนังสือ เพราะว่าหากเลือกของน่ารักๆอย่างที่หล่อนชอบมาจับ หากเด็กผู้ชายจับได้คงจะไม่ตลกนัก แม้ว่าผู้ชายบางประเภท... หรือหากชอบงานฝีมือก็คงจะชอบมันได้ไม่ยาก      ...งานฝีมือ

      มันช่วงให้นึกถึงใครบางคนจริงๆ... "ตง" หล่อนเอ่ยทัก ส่งรอยยิ้มเป็นมิตรให้กับคนที่หล่อนเพิ่งเจอ พันปิยะยืนอยู่คนเดียว

      อีกฝ่ายผงะไปสักพัก สีหน้าแปลกใจยามเห็นว่าใครเป็นคนเรียก "อะ... โมรา"

      "คิดว่าใครเรียกเหรอ?" เด็กสาวพูดยิ้มๆ "เราไม่ใช่กัสนะ จะได้เรียกตงว่าศรีภรรยา"

      .

      .

      แม้แต่อียังเรียกอั้วว่าศรีภรรยา!!!
 
 
 


        หากมณฑกาญจน์สามารถได้ยินความคิดของคนอื่น หล่อนคงได้ยินคำสบถมากมายชนิดที่หากใจไม่แข็งพอคงลมจับไปแล้วเป็นแน่ ติดปัญหาเพียงแต่...

    หล่อนไม่มีความสามารถนั้น!

    "วันนี้สวยนะโมรา" อีกฝ่ายดึงสติกลับมา เปลี่ยนเรื่อง ก่อนที่ประเด็นจะหลุดไปเป็นเรื่องรสนิยมทางเพศของเขามากกว่านี้ อั้วเป็นผู้ชาย!

    พันปิยะอยากบ่น แต่อย่างน้อยความผิดที่ทำไว้กับหล่อน การให้การเท็จอย่างเต็มร้อยเปอร์เซนต์ที่เขาดึงหล่อนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เรื่องนั้นมันทำให้เขารู้สึกผิด

      "จริงเหรอ..?" เด็กสาวเอียงคอ ยิ้มน้อยๆอย่างน่ารักให้อีกฝ่าย "วันนี้ตงก็หล่อนะ"

      "อื้อ..." เขารับคำง่ายๆ หลบสายตาหล่อนยามที่คิดถึงเรื่องโกหกของตัวเองอีกครั้ง กลัวว่าหากมองหน้าหล่อนตรงๆ สายตาเขาอาจจะส่อพิรุธอะไรออกมาให้หล่อนคลางแคลงใจได้ แต่ในสายตาคนอื่น มันดูเหมือนการหลบสายตาอย่างเขินอายเสียมากกว่า

      ...ทำไมตงต้องหลบสายตาเราด้วยนะ... เด็กสาวคิด อันที่จริงก็ไม่ใช่แค่ในงานนี้ พอนึกถึงคำชมของอีกฝ่าย และความเป็นไปได้จากหนังสือนิยายรักที่เคยอ่านมา ถ้าเป็นแค่งานนี้งานเดียว... หล่อนคงเชื่อได้หรอกว่าเขาอึ้งกับความเปลี่ยนแปลงไปของหล่อน!

      อย่างน้อยฝีมือการแต่งหน้าที่ลงทุนขอให้รุ่นพี่สาว(ที่เธอคาดเดาว่าเป็นแฟน)ของพี่มุกดาสอน ก็ทำให้หน้าตาเธอดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นอีกอย่างน้อยสองสามปี อันที่จริงแล้ว... เด็กสาวออกจะมั่นใจก็จริง แต่สาเหตุที่ทั้งตงไม่ยอมสบตาเธอมาหลายวัน รวมถึงเหตุผลที่ผู้ชายที่หลีกเลี่ยงเธอกลายๆอย่างสิงหา มองมาทางเธอบ่อยๆ แทบทุกครั้งที่อยู่กับพันปิยะนั้น...

      เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆ...!!!

    ...หรือว่าตงจะไม่ชอบอะไรเรา...

    ...หรือว่ากัสจะ... ไม่ชอบที่เราอยู่ใกล้ๆตง...

    เธอไม่ได้คิดว่าสิงหาจะเป็นเกย์ รักกับพันปิยะในความสัมพันธ์ของสามีภรรยา อย่างที่สาวๆในห้องบางคนคิด(คาดหวัง)ว่ามันจะเป็น เพียงแต่บางครั้ง หากเพื่อนสนิทไปอยู่กับใครมากๆ เธอก็ไม่พอใจได้เหมือนกัน

    แต่หากพันปิยะหรือสิงหาไม่ตอบ เด็กสาวก็ไม่คิดจะถาม หล่อนรู้ดี... ว่าสักวันอีกฝ่ายต้องมีคำอธิบาย หล่อนไม่อยากคิดมากข้ามปีให้เป็นฤกษ์ไม่ดีตั้งแต่ต้นปี เพราะฉะนั้นตอนนี้จะไม่คิดอะไรทั้งนั้น

    เด็กสาวถามสารทุกข์สุกดิบของอีกฝ่ายสักพักก็เดินกลับไปหาเพื่อนๆ
 บทสนทนาที่ครองหัวข้อหลักอยู่ตอนนี้คือการจับของขวัญ มณฑกาญจน์ไม่รู้ว่าใครจะจับของขวัญของเธอได้ แต่อย่างน้อยหล่อนก็หวังอยู่ลึกๆว่าอยากให้เขาหรือเธอคนนั้นชอบมัน
 



      เวลาผ่านไปเหมือนติดปีก...

    เด็กสาวนึกถึงคำนี้ มันเร็วมาก จากตอนเริ่มงาน จนมาถึงตอนนี้ ในมือเธอมีฉลากเขียนชื่อ 'น้ำตาล' ไว้อยู่ 

    ...พี่น้ำตาลเหรอ...

    หล่อนยิ้มขณะค่อยๆเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย รุ่นพี่คนนี้เป็นทั้งรุ่นพี่ในชมรมเธอ รวมทั้งยังเป็นคนที่เธอเคยสัมภาษณ์ตอนสอบเข้าด้วย

    ...จริงๆอาจจะชะตาต้องกันก็ได้ล่ะมั้งนะ...?

    เด็กสาวมองของขวัญในกล่องสีน้ำตาล ผูกโบว์แดง ดูสวย และในขณะเดียวกันก็น่ารักเหมือนกับรูปการ์ตูน

    ...น่ารักจัง หล่อนเผลอคิดไปถึงช็อคโกแลต เมื่อเห็นกล่องสีน้ำตาลนั่น พอเป็นแบบนี้แล้วของขวัญที่หล่อนซื้อมาจับฉลากคงจะดูแย่ไปเลย ในเมื่อหล่อนแค่ห่อมันด้วยกระดาษสีน้ำตาลอ่อนอย่างเปลือกไม้เท่านั้น

    "สวัสดีปีใหม่... Happy New Year... Bonne Année... あけおめ... Feliz año nuevo!!.... แล้วอะไรอีกนะ อ้อๆ... Hyvää uutta vuotta!.... แล้วก็ๆ... Prosit Neujahr!... มีความสุขมากๆนะจ๊ะ" คนเป็นรุ่นพี่ยื่นกล่องให้ทั้งรอยยิ้มกว้าง มณฑกาญจน์อยากรู้เหลือเกินว่าของข้างในนั้นจะเป็นอะไรกัน แต่ตามมารยาทแล้ว... ควรจะรอให้กลับถึงบ้านก่อนแล้วค่อยแกะ ต่อจากนั้นจะมาบอกอีกฝ่ายว่าชอบ พร้อมกับกล่าวขอบคุณอีกครั้งก็คงไม่มีปัญหาอะไร

    "สวัสดีปีใหม่นะคะพี่น้ำตาล" หล่อนนิ่งไปเล็กน้อยก่อนเอ่ย... มันหลายภาษาเกินไปจนเธอจำไม่ทัน แม้จะฟังเข้าใจไปหลายประโยค จนพอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายต้องการสื่ออะไร แต่ก็แปลกใจที่มาหลายภาษาอยู่ดี 

    เสียงเรียกครั้งต่อไป เป็นสัญญาณว่าใครสักคนจับของขวัญของเธอได้แล้วดังขึ้น "ขอบคุณมากนะคะพี่น้ำตาล เดี๋ยวหนูแกะแล้วจะมาขอบคุณอีกทีนะคะ" เด็กสาวกล่าวขอตัว ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหา
 

    ...เพียงฟ้า...?
 

    หากพูดถึงเด็กสาวคนที่ว่า มณฑกาญจน์ก็ไม่มีอะไรจะกล่าวสักเท่าไหร่หรอก แม้อีกฝ่ายจะเป็นเพื่อนร่วมห้อง แต่เด็กสาวไม่ได้คุยกับอีกฝ่ายมากนัก

    ...พูดอีกแง่... หล่อนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายชอบอะไร

    ...ทำยังไงดีล่ะ...

    ...ถ้าเพียงฟ้าไม่ชอบของขวัญของเรา...

    เด็กสาวหวังให้เพียงนภาชอบอ่านหนังสือ 

    "...เอ้อ... สวัสดีปีใหม่ ละ... ลองเอาไปอ่านดู อ๊ะ ไม่สิ!!" ความประหม่าทำให้หล่อนเผลอบอกไปเสียแล้วว่าของขวัญคืออะไร ...หวังว่าเพียงฟ้าจะไม่ได้ยินนะ

    คนรับมองมาด้วยสายตางงนิดๆ แต่ก็ยื่นมือมารับไปแต่โดยดี

    มณฑกาญจน์!!! ทำไมเธอถึงได้ทำอะไรบ้าๆแบบนี้นะ แบบนี้ก็ไม่เซอไพรส์เลยสิ แย่ที่สุดเลย เพียงฟ้าไม่ได้ยิน... ไม่ได้ยินนะ...!

    บทสนทนาระหว่างเธอกับเพียงนภาต่อจากนั้นยาวนานไม่ถึงห้านาที ไม่หล่อนก็อีกฝ่ายนั่นล่ะ ที่คิดว่ามันไม่รอดเลยเงียบกันไปทั้งคู่ จนเพียงนภากล่าวขอตัวแบบสุภาพไป

    เด็กสาวเดินไปเรื่อยๆในงาน ดื่มด่ำกับบรรยากาศ ก่อนจะเหลือบไปเห็น...
 

    ...กัส?
 

    เห็นสิงหาไม่ใช่เรื่องแปลก แปลกที่สิงหาที่ควรจะอยู่กับ "แม่" "ศรีภรรยา" "สนมเอก" หรือบรรดาตำแหน่งอะไรสักอย่างที่เจ้าตัวเพียรพยายามตั้งให้กับเพื่อนผู้ชายในห้อง จนนักเรียนหญิงบางคน... อย่างน้อยหนึ่งคนแน่ๆ ปักใจเชื่อไปเสียแล้วว่าเขาเป็นเกย์แน่ๆ

    สิงหาที่ควรจะอยู่กับสมาชิกครอบครัว(?) กลับอยู่กับ "ดาร์ลิงค์" คนใหม่ที่มีเชื้อสายฟินนิชคนนั้น

    ...มาร์สกับกัส?

    เด็กสาวตามหาเหตุผลที่คนสองคนที่ว่าจะมาอยู่ด้วยกันได้ ทำไมกันนะ...?

    บางทีอาจจะเพราะกัสแซวมาร์สมากไปหน่อยจนเจ้าตัวทนไม่ไหว แต่มันก็ดูเหมือนจะไม่ใช่อะไรรุนแรงแบบนั้น

    หากหล่อนเป็นเอพริล... อาจจะบอกว่าหมดช่วงฮันนีมูนกันแล้วก็เริ่มร้าวฉาน แต่มณฑกาญจน์ไม่